เส้นทางสู่เจลีก ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากเมสซี่เจ สู่เจลีก นักเตะซับโปโร ของประเทศญี่ปุ่น ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเอเชีย

เส้นทางสู่เจลีก

เส้นทางสู่เจลีก ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากเมสซี่เจ สู่เจลีก นักเตะซับโปโร ของประเทศญี่ปุ่น

เส้นทางสู่เจลีก ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากเมสซี่เจ สู่เจลีก หากคุณมีความหวัง ที่อยากจะเป็น นักฟุตบอลทีมชาติ ให้มองเขาเป็นตัวอย่าง พี่อยากให้น้องมันซ้อม ซ้อมให้หนัก ซ้อมให้เก่งกว่าเขา เพราะถ้าเก่งเท่าเขา ทีมชาติก็จะไม่พัฒนา ครั้งหนึ่งเจชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้กล่าวประโยคนี้ให้กับนักฟุตบอลน้องๆของไทย

ในครั้งที่เขากลับมายังประเทศไทย หลังจากที่ออกไปเชิดชัยฝีเท้าของตน กับสโมสร คอนซันโดเร่ ซับโปโร ของประเทศญี่ปุ่น จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเอเชีย ในวันที่เขาสามารถก้าวขึ้นมาอยู่จุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้งของนักฟุตบอล

ทีมชาติไทยคนหนึ่ง ได้มีแฟนคลับ มีชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งเงินจากค่าเหนื่อยมากมาย และกลายเป็นไอดอลของใครหลายๆคน สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้แลกมาด้วยความง่ายดาย มันเกิดจากการฝึกซ้อมที่เข้มข้น ของชายผู้เป็นพ่อ ย้อนกลับไปในวัยเด็ก

กองภพ สรงกระสินธ์ ชายที่คลั่งไคล้ในกีฬาลูกหนัง

กอง ภพ สรง กระ สิน ธ์ พ่อของเขาคือชายที่คลั่งไคล้ในกีฬาลูกหนังเป็นอย่างมาก บุกบ้าน เจ ชนา ธิ ป เขามีไอดอลในดวงใจ นั่นก็คือ ดีเอโก้บาราโดน่า พ่อของเจไดบนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองว่า ขอให้เขามีลูกชายที่เล่นฟุตบอลเก่ง แล้วจะส่งเสริมให้เขา เป็นนักฟุตบอลทีมชาติให้จงได้

หลังจากนั้นเจ ชนาธิปได้ถือกำเนิดขึ้น สมใจดังที่พ่อปรารถนา ที่อยากจะได้ลูกชาย ในวัยเด็กพ่อของเขาพยายามหล่อๆให้เขา ชินกับวัตถุกลมๆ หรืออะไรที่พอจะกลายเป็นลูกฟุตบอล ให้เขาได้เล่นในวัยเด็ก เมื่อเขาเริ่มโตแล้วพอที่จะเล่นฟุตบอลได้ พ่อของเขาได้บังคับให้ลูกชาย

ซ้อมฟุตบอลทุกวันหลังเลิกเรียนยังเข้มงวด แม่ในวัยเด็กเขาอาจจะไม่เข้าใจว่า ทำไมพ่อต้องเคี่ยวเข็ญให้เขาซ้อมเทคนิคฟุตบอลอย่างหนักหน่วง ในบางครั้งจึงเกิดอาการงอแงตามประสาเด็ก แล้วพ่อของเขา ก็ต้องฝืนใจ ใช้ไม้แข็งในการตักเตือนเขา แม้บางครั้งจะต้อง มีการลงไม้ลงมือ ตีลูกชายบ้าง

แต่ข้างในหัวใจของพ่อ มันคือการปลูกฝังความหวังดี ให้กับลูกชายของเขา วันแล้ววันเล่า เเ มท เทพ คลาสสิค การฝึกเบสิคพื้นฐานที่หนักหน่วง อาจเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย ของเจในวัยเด็ก แต่ว่าวิชาเหล่านั้นที่พ่อสอน มันได้ซึมซับ เข้าไปในตัวของเขา โดยไม่รู้ตัว จนถึงเวลา ที่ต้องออกไป แสดงความสามารถ

จากสามพรานวิทยา สู่ โรงเรียนพาณิชยการราชดำเนิน

พ่อพาเจออกไปแข่งขัน ระดับโรงเรียน และสิ่งที่เห็นผลได้ชัดนั่นก็คือ เจเป็นนักเตะที่มีความสามารถ มากกว่าเพื่อนร่วมทีมทุกคน โดยพื้นฐานที่พ่อสร้างไว้ แม้จะมีความเก่งกาจ ในด้านของพื้นฐาน ทางทักษะในการ เลี้ยงฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม รวมไปถึงความรวดเร็ว ช็ อ ต เด็ด ชนา ธิ ป และพิเศษเขาสามารถ เล่นได้ทั้ง 2 เท้า

เส้นทางสู่เจลีก

แต่ปัญหาใหญ่ของเจ คือเขามีรูปร่างที่เล็ก เกินกว่าเพื่อนร่วมรุ่น จากนั้นเสียงวิจารณ์ ดูถูกที่เป็นสิ่ง บั่นทอนกำลังใจ ก็ได้เริ่มก้าวเข้ามาในชีวิต จากการที่เขาถูกมองว่า ตัวเล็กเกินไป ที่จะเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้ หลังจากจบม 3 ในรั้วโรงเรียนสามพรานวิทยา พอได้พาเจไปสมัครในโรงเรียน ที่มีทีมฟุตบอลในโรงเรียน ในกรุงเทพฯ

เพื่อคัดตัวในฐานะ นักกีฬาฟุตบอล แต่ถ้าว่าโรงเรียนหลายแห่ง เลือกที่จะปฏิเสธเจ เพราะมองจากความสูงของเจ มากกว่าความสามารถ แม้จะผิดหวังจากหลายๆสถานที่ ทั้งเรื่องของความสูง หรืออายุที่เกินบ้างแต่สุดท้าย พ่อก็ได้พาเจมาอยู่กับโรงเรียนพาณิชยการราชดำเนิน ซึ่งมีนักกีฬาเกรด a สมใจผู้เป็นพ่อ

แม้จะถูกครูผู้สอนหลายๆคนในรั้วสถาบันดูถูก ดูแคลนว่า เจเองไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้ ถึงแม้จะมี Basic ที่ดีก็ตาม แต่ก็ยังมีโค้ชผู้ให้โอกาส ให้เจได้ลงสนามเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และสุดท้ายจะลบคำสบประมาท ทั้งหลายด้วยฝีเท้าของเขา ในการเป็นตัวหลักของโรงเรียน ชนา ธิ ป ยิง ประตู คว้าแชมป์ให้กับโรงเรียน จากนั้นชื่อของ เจ ชนาธิป ก็เริ่มฉายแวว

ด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินตัว ทำให้เขาได้รับโอกาส โค้ชของทีมมังกรไฟ หลังจากที่โค้ดจำฝีเท้าของเจได้ หลังจากที่เคยเห็นเจไปทดสอบฝีเท้ากับทีม TOT แต่กลับโดนปฏิเสธด้วยความสูงเช่นเคย เจมส์ค่อยๆพัฒนาจากการลงเล่นของทีม และแม้ว่าจะอยู่ในทีมที่มีระบบการฝึกซ้อม ได้มาตรฐานแล้วขนาดไหนก็ตาม

หลังจากกลับบ้านเขายังให้ผู้เป็นพ่อติว พิเศษให้อยู่เสมอ จากนั้นชื่อของเจ ก็ถูกเรียกติดทีมชาติเยาวชนชุด 19 ปี ไปแข่งขันในรายการฟุตบอลชิงแชมป์ เอเชีย และ Tournament นี่เองที่เป็นการแจ้งเกิดของ เจ ชนาธิป เขาพาทีมชาติไทยชุด 19 ปี ทะลุเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แล้วเจเองก็โชว์เพลงแช่งใส่ทีมชั้นนำของเอเชีย

ยางเกาหลีและญี่ปุ่น ยังไม่เกรงกลัว ฉายาเมสซี่เจได้เริ่มขึ้น ณ จุดนั้น หลังจากกลับมาจาก Tournament ดังกล่าว ทีมดังของเมืองไทย ต่างต้องการตัวเขา ต้องการดาวเตะ ร่างเล็กคนนี้ไปร่วมทีม แต่ถ้าว่าเจเลือกที่จะสวมใส่ เสื้อของมังกรไฟ

เพื่อเป็นการตอบแทน ที่ให้โอกาสเขาที่ผ่านมา บ้าน ชนา ธิ ป สรง กระ สิน ธ์ เจชนาธิป ก้าวสู่ชุดใหญ่ ของทีมมังกรไฟได้สำเร็จ และในนั้นได้สร้างชื่อของเจ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างของแฟนบอลไทย ในนัดที่เจอกับสโมสรท่าเรือ j ได้โชว์ทักษะ ผู้เล่นของท่าเรือ หลบผู้รักษาประตู ก่อนที่จะเลี้ยงบอล เข้าไปสู่ประตูง่ายๆ

เส้นทางสู่เจลีก

ซึ่งในวันนั้น ชื่อของเจชนาธิป ก็ดังกระหึ่มภายในค่ำคืน ของวงการฟุตบอลไทย หลังจากนั้นเขา ก็ได้เริ่มติดทีมชาติชุดใหญ่ เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ต้นกัปตันทีมฟุตบอลในช่วงเวลาดังกล่าวยังต้องเอ่ยปากชม นักเตะรุ่นน้องร่างเล็กคนนี้ว่า เกิดมาเขาไม่เคยเจอนักบอลไทยคนไหน เก่งเท่าเจเลย

แต่คำชมนั้น ที่เขาได้รับจากคนอื่น มันไม่ได้ทำให้เจ หลงระเริงแต่อย่างใด เจยังคงมุ่งมั่นกับการซ้อม อย่างหนักเช่นเดิม ทางร่างกายและความสามารถ ให้ยกระดับขึ้นไปเสมอ รู้หน้า ไม่รู้ วัย เจ ชนา ธิ ป จากนั้นชื่อของ เจ ชนาธิป ก็จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติ ที่ขาดไม่ได้ ในยุคของโค้ชซิคโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

เป็นยุคที่เรียกได้ว่า เขาคือนักเตะสำคัญของทีม นับวันเขายิ่งเล่นยิ่งแสดงศักยภาพ ของตนเองออกมา เขาพาทีมชาติไทย ไปคว้าอันดับ 4 เอเชียนเกมส์ได้สำเร็จ และสามารถพาทีมชาติไทย คว้าแชมป์ซูซูกิคัพปี 2014 ได้อย่างยิ่งใหญ่

เส้นทางสู่เจลีก สู่ทีมยักษ์ใหญ่เมืองทองยูไนเต็ด พาทีมกิเลนผยอง คว้าแชมป์ไทยลีก

เส้นทางสู่เจลีก หลังจากนั้นเจต้องจำใจ ย้ายออกจากทีมรัก มาสู่ทีมยักษ์ใหญ่ อย่างเมืองทองยูไนเต็ด แต่เส้นทางของชีวิตนักเตะ ยังคงต้องเดินต่อ เขายังคงมุ่งมั่น กับการทำผลงาน ให้กับสโมสรใหม่ และสามารถพาทีมกิเลนผยอง คว้าแชมป์ไทยลีก ร่วมกับนักเตะ ทีมชาติในเมืองทองหลายคน ได้อย่างยิ่งใหญ่ วันเวลาผ่านไป ฝีเท้าของเจไม่เคยหยุดพัฒนา

และยิ่งเล่นเขายิ่งโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกับสโมสรและทีมชาติ จนเขาได้เป็นนักเตะ อาเซียนคนแรก ในประวัติศาสตร์ ที่สามารถคว้าตำแหน่ง MVP ในผู้เล่นยอดเยี่ยม ทำให้ชื่อเสียง ที่สร้างมาจาก ฝีเท้าของเจ เส้นทางสู่เจลีก ได้ไปเข้าตาของซัปโปโร สโมสรจากเจลีกญี่ปุ่น ได้ขอเข้ามาเซ็นสัญญายืมตัว เป็นระยะเวลา 18 เดือน

เส้นทางสู่เจลีก

อาเซียนคนแรก ในประวัติศาสตร์ ที่สามารถคว้าตำแหน่ง MVP ลงเล่น ในลีกอาชีพสูงสุด ในประเทศญี่ปุ่น

เพื่อให้เจไปช่วยทีม และเขาก็กลายเป็น ตัวเทพ ฟุต คนไทยคนแรก ที่สามารถลงเล่น ในลีกอาชีพสูงสุด ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นลีกที่ดีที่สุด ในเอเชียเลยก็ว่าได้ จากนั้นเขาใช้เวลาไม่นานนัก ในการปรับตัว และก็สร้างชื่อ เป็นกำลังสำคัญที่โรงเรียนใจเจลีก ถึงแม้เขาจะมีรูปร่างที่เล็ก แต่พื้นฐานของเขา ทำให้เขาเล่น ได้อย่างไม่เกรงกลัว

นักเตะในเจลีกเลย ผลงานของเขา ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ และพาทีมเกาะตาราง หัวลีกได้อย่างเหนียวแน่น และเขากลายเป็นขวัญใจ ของทีมบอลซัปโปโร และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างมาก ของแฟนบอลประเทศญี่ปุ่น จากการโชว์ฝีเท้า ที่โดดเด่นนี้เอง ทำให้เขาเป็นที่หมายปอง จากยักษ์ใหญ่ของทีมในเจลีก

รวมไปถึงทีมจากยุโรป จนสุดท้าย ข่าวดีก็มาถึงเมื่อ เมื่อซัปโปโรตัดสินใจ เซ็นสัญญาบอลอาชีพ ให้กับเจเป็นที่เรียบร้อย เพื่อรั้งนักเตะสำคัญ ของทีมเอาไว้ ก่อนที่จะหมด สัญญายืมตัว นันทำให้เจเป็นนักเตะ อาชีพเจลีกได้อย่างเต็มตัว สานฝันของเขาที่ได้สร้างไว้ แม้ว่าเจจะไม่ใช่นักเตะ ที่ไปค้าแข้ง ในทวีปยุโรป หรือระดับโลก

แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็น นักเตะแบบที่พ่อชื่นชอบ และแม้ว่าเขาจะได้รับฉายาว่าเมสซี่เจ แต่เขาเองก็ไม่เคยบอกใครว่า เขาคือเมสซี่เจ เพราะเขาคือ เจ ชนาธิป และ เจ ชนาธิป คนนี้เอง คืออีกหนึ่งนักเตะ ที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคชีวิต

ในเส้นทางลูกหนัง มาอย่างมากมาย กว่าเขาจะกลับมาถึง ณ จุดนี้ และนี่คือแบบอย่างที่ดี สำหรับนักเตะรุ่นต่อไป ให้เดินก้าวตาม แม้ว่าวันนี้ ฟุตบอลไทยอาจจะ ก้าวไปอย่างเชื่องช้า แต่อย่างน้อยมันก็ยัง ได้ก้าวไปข้างหน้า

Miss M

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น